Smart watch จีน กลายเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับคนไทยที่อยากได้นาฬิกาอัจฉริยะฟีเจอร์ครบในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว หลายคนกลับงงว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร วิธีใช้ smart watch จีน ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงรู้ขั้นตอนพื้นฐานก็สามารถดึงศักยภาพของนาฬิกาเครื่องนี้ออกมาใช้ได้เต็มที่
บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนที่จำเป็น ตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก เชื่อมต่อกับมือถือ ตั้งค่าฟีเจอร์สุขภาพ ไปจนถึงเทคนิคดูแลรักษาให้ใช้ได้นาน ไม่ว่าคุณจะซื้อยี่ห้อไหนมา ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi, Huawei หรือ Amazfit เนื้อหาที่รวบรวมไว้นี้ใช้ได้กับ smart watch จีนแทบทุกรุ่น
รู้จักก่อนใช้ ทำไมต้องเรียนรู้วิธีใช้ smart watch จีน ให้ถูกต้อง
Smart watch จีน หมายถึงนาฬิกาอัจฉริยะที่ผลิตโดยแบรนด์สัญชาติจีน ซึ่งมีทั้งแบรนด์ใหญ่อย่าง Xiaomi, Huawei, Amazfit และแบรนด์ที่เน้นราคาประหยัดอีกมากมาย จุดเด่นคือฟีเจอร์ครบครัน ราคาย่อมเยา และดีไซน์ทันสมัยไม่แพ้แบรนด์ตะวันตก
เหตุผลที่ต้องรู้วิธีใช้อย่างถูกต้องก็เพราะ smart watch จีนมีฟีเจอร์ซ่อนอยู่เยอะ ถ้าใช้แค่ดูเวลากับรับแจ้งเตือนก็เสียดาย นอกจากนี้ การตั้งค่าที่ถูกต้องยังช่วยให้แบตเตอรี่อยู่นานขึ้นและข้อมูลสุขภาพแม่นยำกว่าด้วย
- ฟีเจอร์ครบ ตั้งแต่วัดชีพจร วัดออกซิเจนในเลือด วัดการนอนหลับ ไปจนถึง GPS ในตัว
- รองรับโหมดออกกำลังกายหลายสิบรูปแบบ ตั้งแต่วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ไปจนถึงโยคะ
- ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน เหมาะกับทุกงบประมาณ
- รองรับการใช้งานร่วมกับมือถือทั้ง Android และ iOS ผ่านแอปจับคู่เฉพาะของแต่ละแบรนด์
วิธีใช้ smart watch จีน ตั้งค่าครั้งแรกหลังแกะกล่อง
ขั้นตอนแรกสุดหลังแกะกล่องคือการชาร์จแบตให้เต็มก่อนเปิดเครื่อง smart watch จีนส่วนใหญ่จะมาพร้อมแท่นชาร์จแม่เหล็กหรือสาย USB เฉพาะรุ่น แนะนำให้ชาร์จจนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนเริ่มใช้งานเพื่อให้แบตเตอรี่ปรับตัวได้ดี
ขั้นตอนตั้งค่าเบื้องต้นหลังเปิดเครื่อง
- เลือกภาษา โดยส่วนใหญ่จะมีภาษาไทยให้เลือก ถ้าไม่มีให้เลือกภาษาอังกฤษไปก่อน แล้วค่อยอัปเดตผ่านแอปทีหลัง
- ตั้งวันเวลาให้ตรง ซึ่งมักจะซิงค์อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับมือถือ
- ใส่ข้อมูลส่วนตัว เช่น เพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก เพื่อให้การคำนวณแคลอรี่และข้อมูลสุขภาพแม่นยำ
- สวมนาฬิกาให้กระชับพอดีข้อมือ ไม่หลวมเกินไปเพราะจะทำให้เซ็นเซอร์วัดค่าผิดพลาด
ถ้านาฬิกาแสดงเมนูเป็นภาษาจีน ไม่ต้องตกใจ เมื่อเชื่อมต่อกับแอปบนมือถือแล้วระบบจะเปลี่ยนภาษาให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของโทรศัพท์
วิธีใช้ smart watch จีน เชื่อมต่อกับมือถือผ่านแอปอย่างถูกวิธี
การเชื่อมต่อ smart watch จีน กับสมาร์ทโฟนเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะฟีเจอร์ส่วนใหญ่ต้องทำงานร่วมกับแอปบนมือถือ ทั้งการรับแจ้งเตือน ซิงค์ข้อมูลสุขภาพ และอัปเดตซอฟต์แวร์
ขั้นตอนเชื่อมต่อ
- เปิด Bluetooth บนมือถือ
- ดาวน์โหลดแอปจับคู่ที่ตรงกับยี่ห้อ เช่น Mi Fitness สำหรับ Xiaomi, Huawei Health สำหรับ Huawei หรือ Zepp สำหรับ Amazfit
- เปิดแอปแล้วสร้างบัญชีหรือล็อกอิน
- กดเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ แอปจะค้นหานาฬิกาที่อยู่ใกล้ ๆ อัตโนมัติ
- เมื่อพบนาฬิกาแล้วให้กดจับคู่ ระบบจะแสดงรหัสยืนยันบนนาฬิกา ให้กดตกลงเพื่อเชื่อมต่อ
- รอให้ซิงค์ข้อมูลเสร็จ อาจใช้เวลา 1 ถึง 3 นาที
ข้อสำคัญคือต้องอนุญาตให้แอปเข้าถึงการแจ้งเตือน ตำแหน่งที่ตั้ง และ Bluetooth ในการตั้งค่ามือถือ ไม่เช่นนั้นฟีเจอร์หลายอย่างจะไม่ทำงาน
แอปจับคู่ยอดนิยมที่ต้องรู้สำหรับวิธีใช้ smart watch จีน
แต่ละแบรนด์มีแอปเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับนาฬิกาของตัวเอง การเลือกแอปผิดจะทำให้จับคู่ไม่ได้หรือฟีเจอร์ทำงานไม่ครบ
- Mi Fitness หรือ Xiaomi Wear ใช้กับนาฬิกา Xiaomi, Redmi Watch และ Mi Band
- Huawei Health ใช้กับ Huawei Watch GT Series และ Huawei Band
- Zepp ใช้กับ Amazfit GTR, GTS, T-Rex และ Bip Series
- HayLou Fun ใช้กับนาฬิกา HayLou ทุกรุ่น
- WearFit Pro หรือ Da Fit ใช้กับ smart watch จีนรุ่นราคาประหยัดที่ไม่ระบุแบรนด์ชัดเจน
ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องใช้แอปตัวไหน ให้ดูที่คู่มือในกล่องหรือสแกน QR Code ที่พิมพ์อยู่บนกล่องหรือใต้ฝาหลังนาฬิกา
วิธีใช้ smart watch จีน ติดตามสุขภาพและออกกำลังกายอย่างแม่นยำ
ฟีเจอร์สุขภาพเป็นจุดแข็งของ smart watch จีน แม้ราคาไม่แพง แต่เซ็นเซอร์ที่ให้มาครบครัน ตั้งแต่การวัดชีพจร วัดออกซิเจนในเลือด หรือค่า SpO2 วัดการนอนหลับ ไปจนถึงการนับก้าวและคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ
สิ่งที่ควรทำเพื่อให้ข้อมูลสุขภาพแม่นยำที่สุด
- สวมนาฬิกาให้แน่นพอดี ห่างจากกระดูกข้อมือขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว
- เปิดการวัดชีพจรแบบต่อเนื่องในแอปสุขภาพ เพื่อให้ได้กราฟอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวัน
- ตั้งค่าเตือนเมื่อชีพจรสูงหรือต่ำผิดปกติ เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุ
- ใส่นาฬิกาขณะนอนเพื่อให้ระบบวัดการนอนหลับทำงานได้ โดยจะวิเคราะห์ทั้งช่วงหลับลึก หลับตื้น และช่วง REM
- เปิดฟีเจอร์เตือนเมื่อนั่งนานเกินไป เพื่อเตือนให้ลุกขยับร่างกาย
ใช้งานโหมดออกกำลังกายใน smart watch จีน อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Smart watch จีนรุ่นใหม่ ๆ มีโหมดออกกำลังกายให้เลือกมากกว่า 100 โหมด ตั้งแต่วิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เล่นเวท ไปจนถึงกีฬาเฉพาะทางอย่างเทนนิส แบดมินตัน และสเก็ตบอร์ด
ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ให้เลือกโหมดที่ตรงกับกิจกรรมเสมอ เพราะแต่ละโหมดใช้อัลกอริทึมคำนวณแคลอรี่และวิเคราะห์ท่าทางต่างกัน ถ้ามี GPS ในตัว ให้เปิดใช้ด้วยเพื่อบันทึกเส้นทางและระยะทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น สำหรับนาฬิกาที่กันน้ำระดับ IP68 หรือ 5 ATM ก็สามารถใส่ว่ายน้ำได้เลย
วิธีใช้ smart watch จีน รับแจ้งเตือนและจัดการข้อความจากมือถือ
หนึ่งในฟีเจอร์ที่คนใช้บ่อยที่สุดคือการรับแจ้งเตือนจากมือถือ ทั้ง LINE, Facebook, อีเมล และแอปอื่น ๆ โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทุกครั้ง
ตั้งค่าแจ้งเตือนให้ใช้งานได้
- เปิดสิทธิ์การเข้าถึงการแจ้งเตือนให้แอปจับคู่ในตั้งค่ามือถือ
- เลือกแอปที่ต้องการรับแจ้งเตือนบนนาฬิกา ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกแอป เลือกเฉพาะที่สำคัญจะได้ไม่รำคาญ
- ตั้งค่าการสั่นเพื่อแจ้งเตือน เลือกความแรงได้ตามชอบ
- บาง smart watch จีน รองรับการตอบข้อความสั้น ๆ ได้เลยจากข้อมือ โดยใช้ข้อความที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
สำหรับผู้ใช้ iOS บางฟีเจอร์การแจ้งเตือนอาจถูกจำกัดมากกว่าผู้ใช้ Android เนื่องจากข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการ แนะนำให้ตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนซื้อ
วิธีใช้ smart watch จีน เปลี่ยนหน้าปัดและปรับแต่งดีไซน์ตามสไตล์
การเปลี่ยนหน้าปัดเป็นสิ่งที่สนุกที่สุดอย่างหนึ่งของ smart watch จีน เพราะมี watch face ให้เลือกนับร้อยนับพันแบบ ทั้งฟรีและเสียเงิน ตั้งแต่สไตล์สปอร์ต คลาสสิก มินิมอล ไปจนถึงแบบแฟนตาซี
- เปิดแอปจับคู่บนมือถือ ไปที่ส่วน หน้าปัด หรือ Watch Faces
- เลื่อนดูแบบที่ชอบแล้วกดดาวน์โหลด ระบบจะส่งไปยังนาฬิกาผ่าน Bluetooth
- บางรุ่นรองรับ Always-On Display ที่แสดงหน้าปัดแบบประหยัดพลังงานตลอดเวลา
- หลายรุ่นให้ใส่รูปถ่ายของตัวเองเป็นพื้นหลังหน้าปัดได้
นอกจากหน้าปัดแล้ว คุณยังสามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาเพื่อให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวได้อีกด้วย smart watch จีนส่วนใหญ่ใช้สายขนาดมาตรฐาน 20 มิลลิเมตร หรือ 22 มิลลิเมตร ซึ่งหาซื้อทดแทนได้ง่ายในราคาไม่แพง
วิธีใช้ smart watch จีน ประหยัดแบตเตอรี่ให้อยู่ได้นานกว่าเดิม
Smart watch จีนหลายรุ่นโฆษณาว่าแบตอยู่ได้ 7 ถึง 14 วัน แต่ในการใช้งานจริงมักจะน้อยกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีใช้ smart watch จีน ของแต่ละคน ถ้าเปิดทุกฟีเจอร์พร้อมกัน แบตอาจหมดเร็วกว่าที่ควร
เทคนิคยืดอายุแบตเตอรี่
- ลดความสว่างหน้าจอลง หรือตั้งให้ปรับอัตโนมัติตามแสงแวดล้อม
- ปิด Always-On Display ถ้าไม่จำเป็น เพราะกินแบตมากที่สุด
- ตั้งค่าวัดชีพจรเป็นทุก 10 หรือ 30 นาที แทนที่จะวัดแบบต่อเนื่องทุกวินาที
- ปิด GPS เมื่อไม่ได้ออกกำลังกายกลางแจ้ง
- เลือกรับแจ้งเตือนเฉพาะแอปที่สำคัญจริง ๆ ไม่ต้องเปิดทุกแอป
- ปิดฟีเจอร์ยกข้อมือแล้วเปิดหน้าจอในช่วงกลางคืน
ชาร์จแบตอย่างไรให้ smart watch จีน ใช้ได้ยาวนาน
การชาร์จแบตที่ถูกวิธีช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ในระยะยาว ชาร์จแบตด้วยสายหรือแท่นชาร์จที่มาพร้อมกล่องเท่านั้น อย่าใช้ที่ชาร์จเร็วของมือถือมาชาร์จโดยตรง เพราะกำลังไฟอาจสูงเกินไป
- ไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง ชาร์จในช่วง 20 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์จะดีต่อแบตเตอรี่ที่สุด
- อย่าปล่อยให้แบตหมดเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์บ่อย ๆ เพราะจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว
- ชาร์จในที่อุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนจัด ไม่เย็นจัด
ข้อดีที่จะได้เมื่อเข้าใจวิธีใช้ smart watch จีน อย่างถูกต้อง
เมื่อคุณรู้วิธีใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ smart watch จีน จะกลายเป็นเครื่องมือที่คุ้มค่าเกินราคาไปมาก
- ติดตามสุขภาพได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งชีพจร ออกซิเจน ความเครียด และคุณภาพการนอน
- ลดการหยิบมือถือระหว่างวัน เพราะดูแจ้งเตือนได้จากข้อมือ
- ช่วยสร้างวินัยในการออกกำลังกาย ด้วยระบบเตือนและสถิติที่ชัดเจน
- ประหยัดเงินเมื่อเทียบกับนาฬิกาอัจฉริยะแบรนด์ตะวันตกที่ราคาสูงกว่าหลายเท่า
- อัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ผ่านแอปได้เรื่อย ๆ ทำให้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอยู่ตลอด
- เปลี่ยนสายนาฬิกาและหน้าปัดได้ตามอารมณ์ ไม่น่าเบื่อ
ข้อควรระวังสำหรับวิธีใช้ smart watch จีน ที่มือใหม่ต้องรู้
แม้ว่า smart watch จีน จะมีข้อดีมาก แต่ก็มีข้อควรระวังหลายจุดที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใช้เป็นครั้งแรก
- อย่าใช้ข้อมูลสุขภาพจากนาฬิกาแทนการตรวจจากแพทย์ ค่าที่วัดได้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ผลทางการแพทย์
- ระวังเรื่องกันน้ำ ถึงจะระบุว่ากันน้ำ IP68 แต่ไม่ได้หมายความว่าใส่ดำน้ำลึกได้ ส่วนใหญ่ทนได้แค่น้ำนิ่งไม่เกิน 1.5 เมตร
- ตรวจสอบว่านาฬิกาที่ซื้อมีศูนย์บริการหรือรับประกันในไทยหรือไม่ บางรุ่นสั่งจากต่างประเทศมาอาจไม่มีศูนย์ซ่อม
- แอปบางตัวอาจเก็บข้อมูลสุขภาพไปยังเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวก่อนใช้งาน
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำร้อน สารเคมี หรือน้ำหอมโดยตรง เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ
- อย่าสวมนาฬิกาแน่นจนเกินไปจนเลือดไม่เดิน เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองและอ่านค่าผิดพลาด
ผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีใช้ smart watch จีน และวิธีแก้
คนที่เพิ่งเริ่มใช้มักจะเจอปัญหาซ้ำ ๆ กัน ถ้ารู้ล่วงหน้าก็จัดการได้ง่าย
- จับคู่กับมือถือไม่ได้ มักเกิดจากไม่ได้เปิด Bluetooth หรือดาวน์โหลดแอปผิดตัว ให้ตรวจสอบรุ่นนาฬิกาและแอปให้ตรงกัน
- แจ้งเตือนไม่เข้า เกิดจากไม่ได้ให้สิทธิ์แอปเข้าถึงการแจ้งเตือนของมือถือ หรือมือถือตั้งค่าประหยัดแบตจนปิดแอปเบื้องหลัง
- ข้อมูลสุขภาพไม่ตรง มักเกิดจากใส่ข้อมูลส่วนสูงน้ำหนักผิด หรือสวมนาฬิกาหลวมเกินไป
- แบตหมดเร็วผิดปกติ อาจเป็นเพราะเปิดฟีเจอร์ GPS และหน้าจอ AMOLED แบบ Always-On พร้อมกัน
- อัปเดตซอฟต์แวร์ไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่านาฬิกาและมือถือเชื่อมต่อ Bluetooth อยู่ และแบตนาฬิกาเหลือมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
เคล็ดลับดูแลรักษาที่ช่วยให้วิธีใช้ smart watch จีน คุ้มค่าในระยะยาว
Smart watch จีน อาจมีราคาไม่แพง แต่ถ้าดูแลดีก็ใช้ได้นานหลายปีเหมือนกัน
- ทำความสะอาดตัวนาฬิกาและสายนาฬิกาเป็นประจำด้วยผ้านุ่มชุบน้ำบิดหมาด ๆ เพื่อกำจัดเหงื่อและสิ่งสกปรก
- ถอดนาฬิกาออกเป็นระยะ ให้ผิวข้อมือได้หายใจ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย
- เก็บนาฬิกาในที่แห้ง ไม่โดนแดดจัดหรือความชื้นสูง
- อัปเดตเฟิร์มแวร์สม่ำเสมอผ่านแอป เพราะนอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว ยังมีการแก้บั๊กและปรับปรุงความปลอดภัยด้วย
- ถ้าจอเป็นกระจก AMOLED ที่ไม่มีฟิล์มกันรอย ควรติดฟิล์มป้องกันเพิ่ม เพราะจอรอยง่ายกว่าที่คิด
ฟีเจอร์ซ่อนที่หลายคนไม่รู้ในวิธีใช้ smart watch จีน
นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานแล้ว smart watch จีน ยังมีความสามารถอีกหลายอย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยลองใช้
- ควบคุมเพลงบนมือถือได้จากข้อมือ ทั้งเปลี่ยนเพลง ปรับเสียง และหยุดเล่น
- ถ่ายรูประยะไกล ใช้นาฬิกาเป็นรีโมทกดชัตเตอร์กล้องมือถือ เหมาะกับการถ่ายรูปหมู่
- ค้นหามือถือ กดปุ่มบนนาฬิกาแล้วมือถือจะดังขึ้นมา แม้จะตั้งเสียงเงียบไว้ก็ตาม
- ตั้งนาฬิกาปลุกแบบสั่นที่ข้อมือ ปลุกเฉพาะคุณโดยไม่รบกวนคนข้าง ๆ
- ใช้เป็นจับเวลาหรือนับถอยหลัง เหมาะกับการทำอาหารหรือพักระหว่างเซ็ตออกกำลังกาย
- บางรุ่นรองรับ NFC สำหรับจ่ายเงินแบบแตะ แต่ต้องเช็คว่าใช้ได้กับระบบชำระเงินในไทยหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีใช้ smart watch จีน
Smart watch จีน ใช้กับ iPhone ได้ไหม
ใช้ได้ แต่ฟีเจอร์บางอย่างอาจถูกจำกัด เช่น การตอบข้อความจากนาฬิกาหรือการโทร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของ iOS ก่อนซื้อควรเช็คสเปคว่ารองรับ iOS เวอร์ชันขั้นต่ำเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ต้องใช้ iOS 12 ขึ้นไป
ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ถึงจะใช้ได้หรือเปล่า
ไม่จำเป็น Smart watch จีนส่วนใหญ่เชื่อมต่อกับมือถือผ่าน Bluetooth เป็นหลัก Wi-Fi จะใช้เฉพาะรุ่นที่รองรับเท่านั้น และมักจะใช้สำหรับดาวน์โหลดหน้าปัดหรืออัปเดตซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ การใช้งานทั่วไปอย่างรับแจ้งเตือนและซิงค์สุขภาพไม่ต้องใช้ Wi-Fi
Smart watch จีน ราคาถูกกับราคาแพง ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลัก ๆ อยู่ที่ความแม่นยำของเซ็นเซอร์ คุณภาพจอ AMOLED วัสดุตัวเรือน GPS ในตัว และจำนวนโหมดออกกำลังกาย รุ่นราคาถูกมักจะไม่มี GPS ต้องใช้ GPS จากมือถือแทน และเซ็นเซอร์อาจไม่ละเอียดเท่ารุ่นแพง แต่ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว รับแจ้งเตือน และดูเวลาใช้ได้เหมือนกัน

สรุปและ CTA
วิธีใช้ smart watch จีน ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล เริ่มจากชาร์จแบตเต็ม ดาวน์โหลดแอปจับคู่ที่ถูกต้อง เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ใส่ข้อมูลส่วนตัวให้ครบ แค่นี้ก็พร้อมใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ทันที ตั้งแต่ติดตามสุขภาพ รับแจ้งเตือน ออกกำลังกาย ไปจนถึงเปลี่ยนหน้าปัดตามอารมณ์ ที่สำคัญคือรู้จักดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ทำความสะอาดสม่ำเสมอ ชาร์จแบตอย่างถูกหลัก อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำ แค่นี้นาฬิกาเครื่องเดียวก็อยู่กับคุณได้นานหลายปี
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อ smart watch จีน รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ หรืออยากอ่านรีวิว smart watch รุ่นที่กำลังสนใจ สามารถดูบทความอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของเราได้เลย หรือจะทักมาสอบถามทีมงานโดยตรงก็ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

